yai_kwang's profilekwang kwangPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    6/29/2007

    อยากลืม หมายถึง ไม่มีวันลืม

    ♡ "อยากลืม" หมายถึง "ไม่มีวันลืม" ♡

    ลองได้ยินใครพูดว่า
    " อยากลืม"
    " ฉันอยากลืมเขาให้ได้"
    " ฉันจะพยายามลืมเขาให้ได้"
    " ฉันจะพยายามลืมมัน"
    เชื่อมั่นได้ 100% ว่า เขาคนนั้น
    หรือเรื่องราวเหล่านั้น " ไม่มีวันลืม"
     
     
    คนเราลองจำเรื่องอะไรเข้าไปไว้ในหัวสมองแล้ว
    แสดงว่า...มันคงเป็นที่สุดในชีวิต...หรือไม่ มันก็คง
    ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต
    ลืมยาก...เลยอยากลืม

    ไอ้ที่อยากลืม...ก็คงเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่...
    คิดทีไรก็เศร้า
    ทำให้คิดถึงคนที่ไม่อยากคิดถึง...
    คิดถึงเรื่องที่ไม่อยากจำ

     
     
    เราล้างสมอง...หรือทำลายความทรงจำยาก
    แต่เราสร้างความทรงจำใหม่ๆ ได้ไม่ยาก
    ลองทำให้ทุกวันต่อจากนี้ไป...ดีที่สุด...
    เท่าที่เราจะทำได้
    เพราะยังไงๆ วันนี้...ก็ต้องกลายเป็น "เมื่อวาน"
    ของวันพรุ่งนี้อยู่วันยังค่ำ

    ถ้าใครบอกว่า " ทำวันนี้ให้ดีที่สุด"
    คงต้องขอแถมท้ายเข้าไปอีกว่า " ทำวันนี้ให้ดี
    สำหรับวันพรุ่งนี้...ให้วันนี้กลายเป็นวันวานที่ดี"

    เพราะเมื่อไหร่ที่ "จำไปแล้ว"

    "จำไว้เลย ว่า ไม่ มี วัน ลืม "

    สัญญาณเตือน "รัก" หมดอายุ

    สัญญาณเตือน"รัก" หมดอายุ

    ถ้าเมื่อไร คนรักของเราเริ่มแสดงอาการอย่างนี้ ให้เตรียมใจไว้ได้เลย

        ไม่สนใจ เขาขาดการติดต่อ ไม่โทรหา เราโทรไปก็ไม่รับ นัดมาเจอก็ไม่ว่าง โอกาสสำคัญอะไรก็ลืมหมด

        ไม่รัก เจอกันทีไรก็ทำท่าเซ็ง เย็นชาใส่ ทำอะไรให้ก็ไม่ถูกใจ พอเอ่ยปากถามก็ทำรำคาญ โมโห เสียงดังกลบเกลื่อน

        ไม่เข้าใจ ถ้ารู้สึกว่า เราสองคนต่างกันมาก คิดอะไร มองอะไรก็ไม่เหมือนกัน ไม่มีอะไรเข้ากันได้สักอย่าง และอีกฝ่ายก็ไม่คิดจะปรับตัวด้วย พอนานๆ ไป ก็ยิ่งอึดอัด สักวันความรักก็อาจมาถึงทางตัน

    ถ้าลองดูอาการสักระยะ แล้วทุกอย่างยังเหมือนเดิม คงต้องทำใจ แต่จะตัดสินใจจบความสัมพันธ์หรือไม่ ก็ให้คิดให้ดีๆ ถ้ารักเขามาก ยังไม่อยากเสียเขาไป ก็อาจจะลองคุยกันดูว่าปัญหาเกิดจากอะไร ทั้งสองคนจะปรับตัวกันได้ไหม แต่ต้องจำไว้ว่า ความรักบังคับใจกันไม่ได้ ถ้าเขาไม่รัก ไม่สนใจเราแล้ว ยื้อกันไปก็ไม่มีความสุข ควรจะให้โอกาสตัวเองมีอิสระดีกว่า คิดเสียว่า เป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะได้เจอกับคนใหม่ๆ ซึ่งอาจจะเหมาะกับเรามากกว่าในอนาคต

    10/19/2006

    อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ

    ข้อคิดดี ๆ จากน้าเน๊ก เกตุเสพย์สวัสดิ์
    บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
    ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น
    แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน
    ทุกวัน ทุกวัน
    บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
    ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่
    งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้า
    และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม " ฆ่าเวลา "
    ชีวิตมันว่างจัดขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย
    บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
    เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี

    อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ
    ลองคิดแบบนี้บ้าง
    ใช่แล้ว....เราจะเกิดความเสียดาย
    เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
    ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ
    ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
    แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ...
    ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ...

    มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
    เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ
    ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
    ทำงานในสิ่งที่เรารัก
    เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
    ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว
    เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง
    รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
    ส่วนจะรักหรือไม่รักกู  ไม่สนว้อย...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ) ตายแล้ว
    ใช้เวลา (ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
    กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา
    นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
    เพราะอย่างน้อย ๆ
    เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล

    คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน
    ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น
    แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง
    เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน.........
    หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ......
    แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้ายก็ปาไป 5 วัน
    ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด
    และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
    ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน ....แล้วนะ
    อ้าว....รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก
    รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ
    เดี๋ยวตายซะก่อน....เสียดายแย่
    9/5/2006

    10 วิธีระงับความโกรธ

    บ่อยครั้งที่เราอารมณ์เสีย

    แล้วก็มักจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
    สิ่งเหล่านี้น่ากลัวไม่น้อยเลยนะคะ ทั้งต่อบุคลิกภาพของเรา
    แล้วก็ยังส่งผลให้เสียสุขภาพอีกด้วย เรามาหาวิธีการระงับความโกรธแบบง่าย ๆ
    กันดีกว่าค่ะ
    1. หลีกเลี่ยง

    การหลีกเลี่ยงต่างจากการหลีกหนี ไม่ได้แปลว่าคุณขี้ขลาด
    หรือกลัวเลยซักนิดเดียว แต่มันหมายถึง การแสดง EQ ในตัวคุณต่างหาก
    ที่สามารถระงับอารมณ์โกรธได้เป็นอย่างดี
    2. หาที่ปรึกษา

    แต่จะปรึกษา หรือระบายอะไรกับใครทั้งทีก็ดูตาม้าตาเรือหน่อยนะคะ
    ว่าเค้าคนนั้นไว้ใจได้แค่ไหน ไม่งั้นอาจจะเป็นงูพิษแว้งกัดคุณทีหลังก็ได้
    3. กินแก้โกรธ

    เรื่องกินเนี้ยไม่เข้าใครออกใครจริง
    ๆนะคะไม่ว่าใครถ้าลองได้กินอาหารสุดโปรด สุดอร่อยที่ตัวเอง ชอบแล้วล่ะก็
    ลืมเรื่องอื่นไปได้เลย ว่าแต่อย่าโกรธบ่อยนะคะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
    4. เย็นดับร้อน

    หาเครื่องดื่มเย็น ๆซักแก้วเผื่อว่าความเย็น
    ความหวานของเครื่องดื่มจะช่วยดับความร้อนภายในใจ ของเราได้บ้าง
    แต่อย่าเอาแบบที่แอลกอฮอล์เลยนะคะ เพราะมันอาจจะทำให้เราขาดสติ
    เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ค่ะ
    5. หัวเราะชนะโกรธ

    เพราะการหัวเราะนั้นมีแต่ประโยชน์ค่ะ
    ไม่เคยมีโทษต่อร่างกายเลย คิดซะว่า โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ดูหน้าตัวเองตอนกำลังโกรธ
    ในกระจกก็ได้ค่ะ มันคงตลกไม่น้อยเลย หัวเราะให้ความโกรธมันกระจายไปเลย
    6. น้ำตาชนะทุกอย่างได้

    การร้องไห้นั้นเป็นการระบายความเครียด
    รวมทั้งระบายความโกรธได้อีกด้วย ลอง ปล่อยน้ำตาให้ไหลโดยไม่ต้องบังคับดูสิ
    แล้วคุณจะรู้ว่าร้องไห้ช่วยไล่ความโกรธได้จริงๆ
    7. ร้องเพลงไง

    การร้องเพลงจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี
    ร้องตะโกนให้มันดัง ๆ ปลดปล่อยอารมณ์ออกไปตามเพลงให้เต็มที่
    แล้วความโกรธก็จะหลุดลอยไปตามเสียงเพลงนั่นแหละค่ะ
    8. ลืมมันซะ

    หากิจกรรมดีดีทำ เลิกคิดถึงเรื่องที่ทำให้คุณโกรธ
    ให้สมองได้พักผ่อนอยู่กับสิ่งที่คุณชอบ และรักดีกว่า
    อย่าไปใส่ใจกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลย
    9. นอนหลับซะเลย

    เวลาที่คนเราโกรธจะรู้สึกปวดหัว
    แล้วหัวมันก็เกิดหนักขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รับรอง
    ว่าถ้าคุณได้นอนหลับเอาแรงซักงีบ เมื่อคุณตื่นขึ้นมา
    คุณจะต้องรู้สึกดีขึ้นอย่างแน่นอนเลยค่ะ
    10. รู้จักอภัย

    ฟังดูแล้วออกจะเป็นนางเอกไปซักนิด แต่ลองทำดูซิคะ
    แล้วคุณจะรู้ว่าการให้อภัย นอกจากจะเป็น การให้โอกาสคนอื่นแล้ว
    ยังทำให้เราสบายใจขึ้นได้อีกด้วย ลองให้อภัยคนอื่นดูซิคะ
    แล้วจะรู้ว่าชีวิตเราดีขึ้นขนาดไหน
    9/3/2006

    จะโทรหาเธอต่อไปดีมั้ยนะ....

    ....วันนี้ฉันก็รู้สึกเซ็งๆอีกแล้ว...ฉันอยากโทรหาเธอนะ...แต่อีกใจก็คิดว่าถ้าฉันโทรหาเธอต่อไป


    ฉันกลัวว่าฉันจะต้องเสียใจ...เพราะตอนนี้ฉันไม่รู้เลยว่าเธอคิดยังไงกับฉัน...


    ถ้าเกิดว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับฉัน...แต่ก็คุยไปงั้นๆแหละ...ส่วนตัวฉันก็ไม่รู้..ก็ยังโทรหาเรื่อยๆ


    และก็ชอบเธอมากขึ้นเรื่อยๆ...โดยที่เธอนั้นเฉยๆ...แล้วถ้าวันหนึ่งเธอเกิดมาบอกฉันว่าเธอมีแฟนแล้ว


    และฉันจะทำไงล่ะ...ฉันก็ต้องเสียใจมากๆแน่เลย...ถ้าเธอไม่เคยส่งmsgมาหาฉันว่าคิดถึง...ฉันจะไม่คิดมากเลยนะ...หรือว่าmsgนั้นเธอส่งมาผิดคนหรือป่าวนะ...และเวลาที่ฉันโกรธเธอ...เธอก็จะโทรมาทันที


    ถามว่าฉันเป็นอะไร...แต่ถ้าไม่มีเรื่องอะไรเธอก็ไม่โทรมาเลย...ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าเธอคิดยังไงกันแน่


    ถ้าเธอไม่ได้คิดอะไรกับฉันและเธอมาดีกับฉันทำไม...แต่ถ้าเธอคิดเหมือนกันกับฉัน...ก็อยากให้บอกมาเลยได้ไหม...เพราะฉันจะได้ไม่ต้องคิดมาก..บางทีฉันคิดมากและอาจไปจากเธอสักวัน...เพราะฉันไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง..ฉันคงคิดอยู่เสมอว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย...แต่ตอนนี้ก็ยังสับสนอยู่ว่าจะโทรดีไหมเพราะตอนนี้ถ้าไม่โทรฉันเองก็คงยังคิดถึงเธอ...ไว้ถ้าฉันทำใจได้..เราคงไม่ได้คุยกันแน่เลย


    ถ้าเธอยังไม่พูดอะไรอีก...เราคงต้องจบแน่ๆ...

    9/2/2006

    คน 2 คนที่เราควรคิดถึงมาที่สุดในโลก

    เวลาไม่มีเงิน

    คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่
    แต่พอมีเงิน
    คนแรกที่คิดถึงคือแฟนและเพื่อน

    อยากได้รถ

    คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่
    แต่พอมีรถ
    คนแรกที่จะไปรับคือแฟนและเพื่อน

    ร้านอาหารหรู ๆ บรรยากาศคลาสสิค
    มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน

    อาหารบนโต๊ะที่บ้าน
    มีสำหรับพ่อและแม่

    พ่อและแม่ คิดบัญชีค่าใช้จ่ายก่อนนอน
    เพื่อความอยู่รอด

    ลูกนอนคุยโทรศัพท์ เล่นเนตก่อนนอน
    เพื่อให้หลับฝันดี

    เวลาเรามีความสุข

    มักจะมองหาแฟนและเพื่อน
    เวลาเรามีความทุกข์
    คนที่กังวล หดหู่และเศร้าสลดใจ คือพ่อและแม่

    เวลาประสบความสำเร็จ

    เรามักมองหาแฟนและเพื่อน
    เพื่อนัดฉลองและสังสรรค์

    แต่คนที่ดีใจที่สุดคือพ่อและแม่
    แต่พ่อและแม่
    กลับกลายเป็นคนที่เรามองข้ามไป

    โรงหนัง ห้างสรรพสินค้า
    มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน

    ทีวี และสวนหน้าบ้าน
    มีไว้สำหรับพ่อและแม่

    ลูกไปรื่นเริงตามโรงหนัง
    เธค ผับ โต๊ะสนุ๊ก ฯลฯ

    พ่อและแม่กับทำงาน หรือ
    นอนหลับเก็บแรงไว้ทำงานหาเงินในวันรุ่งขึ้น
    เพื่อแลกความสุขของลูก
    อยากให้ลูกเรียนสูง ๆ

    เวลาแต่งงาน

    คนที่เป็นธุระหาสินสอดทองหมั้นคือพ่อและแม่
    คนที่มีความสุขคือลูก

    พ่อและแม่ตำหนิ ตักเตือน บางครั้ง

    เต็มไปด้วยอารมณ์ห่วงใย
    เพื่อให้ลูกได้ดี
    แต่ลูกคิดว่าสิ่งที่ พ่อและแม่พูดเป็นแค่เรื่องไร้สาระ

    พ่อและแม่

    คือผู้ฝ่าฟันปัญหาเป็นร้อยพันประการเพื่อลูก
    แต่พอลูกมีปัญหา
    มักคิดได้แค่ ท้อถอย หดหู่หรืออยากตาย

    พ่อและแม่คือผู้ที่ปกป้อง

    และยืนเคียงข้างลูกจวบจนชีวิตจะหาไม่
    ลูกกำลังคิดถึงสิ่งใด

    คำว่า “พ่อ” หรือ “แม่”

    อาจเป็นคำแรกที่เราพูดได้ตั้งแต่เกิด

    อาจเป็นคำง่ายๆ สั้นๆ ที่ มีความหมาย
    ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

    เราอาจไม่ต้องคิดถึงท่านในทุกๆเวลาที่เราหายใจ
    เพราะเรารู้ ว่าท่านคงไม่ได้เรียกร้องมากมายขนาดนั้น
    ขอแค่ 1 ใน 10 ของที่ท่านคิดถึงเราก็พอ
    เพียงเท่านี้ ... ท่านคงจะดีใจ ... 

    พรุ่งนี้อาจสายเกินไป

    ถ้าคุณโกรธใครขึ้นมาแล้วไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยแก้สถานการณ์

    จงทำด้วยตัวเอง

    บางทีใครคนนั้นอาจจะยังคงอยากเป็นเพื่อนกับคุณอยู่
    และ ถ้าคุณไม่ทำ พรุ่งนี้อาจสายเกินไป
    ถ้าคุณตกหลุมรักใครสักคนแต่คนๆ นั้นไม่รู้ จงบอกเค้าไป

    บางทีคนๆ

    นั้นอาจจะกำลังรักคุณอยู่ด้วยเช่นกัน
    และถ้าคุณไม่บอกเค้า


    บางทีพรุ่งนี้อาจจะสาย

    ถ้าคุณอยากจะจูบใครสักคนหนึ่งเหลือเกิน

    ทำเสียสิบางทีเค้าคนนั้นอาจจะกำลังต้องการจูบของคุณอยู่ก็ได้
    และถ้าคุณไม่ได้ทำ
    บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

    ถ้าคุณยังคงรักใครสักคนที่คุณคิดว่าป่านนี้เค้าคงลืมคุณไปแล้ว
    จงบอกเค้าวันนี้

    บางทีเค้าอาจจะยังคงรักคุณอยู่เช่นกัน

    ถ้าคุณไม่บอกเค้าวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

    ถ้าคุณต้องการการกอดจากเพื่อนสักคนหนึ่ง
    บอกเค้าสิ

    บางทีพวกเค้าอาจกำลังอยากให้คุณกอดมากกว่าที่คุณเป็นเสียอีก
    และถ้าคุณไม่ทำวันนี้

    บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

    ถ้าคุณรู้สึกว่าเพื่อนคุณแสนดีเหลือเกิน จงบอกพวกเค้าด้วย
    เพราะเค้าเองก็อาจจกำลังรู้สึกอย่างเดียวกับคุณเช่นกัน
    ถ้าคุณไม่ทำแล้วเค้าต้องจากไปเสียแล้ว บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
    ถ้าคุณรักพ่อแม่ของคุณและยังไม่มีโอกาสแสดงออกมา ทำซะเถอะ

    ท่านยังอยู่ตรงนั้นเพื่อให้คุณได้มีโอกาสแสดงให้ท่านรู้

    หากท่านจากไปวันนี้

    พรุ่งนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว

    ส่งข้อความนี้ไปให้ทุกๆ
    คนที่คุณแคร์พวกเค้า
    รวมทั้งคนที่ส่งมันมาให้คุณด้วย
    แล้วคุณจะได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เค้าแคร์คุณเช่นกัน......ไม่งั้น.........บางที่

    .........พรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

    อย่าตัดสินความรู้สึกของใครบางคนด้วยความรู้สึกของตัวเอง

    อย่าตัดสินความรู้สึกของใครบางคน
    ว่ามันเป็นเพียงแค่. . . “ชั่ววูบ” . . .
    ตราบใดที่คุณยังเชื่อในรักแท้
    ที่คุณพยายามมอบให้ใครสักคน
    อย่ามองคนบางคนว่า. . . “โง่เขลา” . . .
    ที่เฝ้ามอบความรักให้คุณมากมายเหลือเกิน
    ตราบใดที่คุณเอง ก็ยังไม่รู้เหตุผล
    ของการที่คุณมอบความรักให้ใครไปสักคน
    อย่าดูถูกคุณค่าของความรักที่ได้จาก
    คนที่คุณ ไม่ได้รัก . . .
    ตราบใดที่คุณก็ยังเฝ้ารอมอบความรักให้กับ
    คนที่ไม่ได้รักคุณเช่นกัน
    เพราะอย่างน้อย ไม่แน่ว่าในขณะเดียวกัน
    ที่คุณร้องไห้ ให้กับคนที่ไม่เห็นค่าความรักของคุณ
    มีคน คนหนึ่งเฝ้ามองคุณด้วยความเจ็บปวด
    ด้วยเหตุผลเดียวกัน. . .

    จะไม่ร้องไห้

    จะไม่ร้องไห้
    ถ้าเธอจากไปตั้งแต่วันนี้
    จะไม่รั้งเธอไว้ด้วยกำลังที่มี
    ถ้าเธอคนดีเลือกที่จะเดินจากไป

    จะไม่ให้เธอเห็น
    ว่าสิ่งที่ฉันเป็นมันน่าสมเพชขนาดไหน
    แค่ขอให้เธอไม่ต้องรำลาอะไร
    แค่นั้นเธอจะสบายใจได้เลย

    เพราะฉันจะไม่เรียกร้อง
    จะไม่มองจะอยู่นิ่ง ๆเฉย ๆ
    เจอกันไม่ต้องทำเป็นคุ้นเคย
    ลืมไปได้เลยคนที่เธอไม่มีใจ

    ทิ้งฉันไว้อย่างนี้
    มันคงดีกว่าเป็นไหน ๆ
    ที่เธอจะมาบอกว่าห่วงใย
    ทำร้ายฉันเรื่อยไปไม่เคยพอ

    สุดท้ายก้อเหงา

    ตื่นขึ้นมาก็เหงา ตื่นขึ้นมาแต่เช้า แอบมองใครเขา ก็เห็นมีรักที่ยืนยาว

    มองด้วยความอิจฉา บวกกับความเหน็บหนาว ก็+++ตัวของเรายังไม่เจอเลย..รักจริง

    * ใครอาจเห็น..ว่าฉันคนนี้เหมือนคนที่หลายใจ เปลี่ยนคนเข้ามามากมายไม่ซ้ำคน

    เรื่องจริงที่ยังทุกข์ทน ก็ไม่มีคนรักฉันจริงเลยตอนนี้

    ** คนขี้เหงา สุดท้ายก็ยังเหงา มันเจ็บที่เห็นใคร..ใคร เขาหาว่าเจ้าชู้

    คนขี้เหงา ความจริงที่ทุกคนไม่รู้ ทุกวันยังเดินลำพัง ไม่เคยมีใครจริงจังเลยสักคน

    อยู่กับคนหลากหลาย แต่จริง..จริง มันเหงา เหลือบดูใครเขาคงคิดว่าฉันไม่เป็นไร

    ที่มีคนรุมล้อม แต่จริง..จริง อ่อนใจ ที่ไม่มีแม้ใครคิดว่าฉันรักจริง



    (ซ้ำ *,**)



    คนขี้เหงา สุดท้ายก็ยังเหงา มันเจ็บที่เห็นใคร..ใคร เขาหาว่าเจ้าชู้

    คนขี้เหงา ความจริงที่ทุกคนไม่รู้ ทุกวันยังเดินลำพัง ไม่เคยมีใครจริงจัง...กับฉันเลย

    ความจริงในความรัก

    มันก็เป็นความจริงอย่างที่ความจริงเป็น...

    ความจริงเกี่ยวกับความรัก

    1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือ การรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง

    2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ทานประทานมา

    3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว

    4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป

    5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่ เปิดไว้รอเรา

    6.เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไร กันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

    7.เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา

    8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเรา

    9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ

    10. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจได้

    11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน

    12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต

    13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้

    14.มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขามาจากความฝัน เพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น

    15. ฝัน ถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ

    16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข

    17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน

    18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำรักอาจเยียวยาและทำให้มีสุขได้

    19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราเราเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในพวกเขา

    20. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก

    21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่าของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิตพวกเขา

    22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา

    23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดีถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ

    24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ

    - A man overtime falls in love with the woman he is attracted to, and a woman overtime becomes more attracted to the man she loves.
    ผู้ชายมักจะตกหลุมรักคนที่เค้าหลงเสน่ห์ และผู้หญิงจะหลงเสน่ห์คนที่เธอตกหลุมรัก

    - Friendship is love minus sex and plus reason. Love is friendship plus sex and minus reason.
    มิตรภาพคือ ความรัก ลบด้วย เซ็กซ์ และบวกเอาเหตุผลเพิ่มเข้าไป ส่วนรักคือ มิตรภาพบวกด้วยเซ็กซ์ และลบเอาเหตุผลออก

    - To love is nothing. To be loved is something. To love and be loved is everything!!
    การได้รักเป็นเรื่องขี้ผง การถูกรักเป็น "บางอย่าง" ทีเดียว ส่วนการได้รักและการถูกรักเป็นทุกอย่าง (ว้าว)

    - You may only be one person to the world but you may also be the world to one person.
    คุณอาจจะเป็นแค่ "คน ๆ หนึ่ง" ในโลกใบนี้ แต่คุณอาจจะเป็น "โลกทั้งใบ" ของคนคนหนึ่งก็ได้

    - Friendship often ends in love, but love in friendship- never.
    มิตรภาพมักจะจบลงด้วยความรัก แต่ความรักไม่มีวันจบลงด้วยมิตรภาพ

    - You know when you love someone when you want them to be happy even if their happiness means that you're not part of it.
    (อันนี้ต้องขอบอกว่าโปรดมากค่ะ) คุณรู้ว่า คุณรักเค้าก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้เค้ามีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะหมายความถึงการที่คุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน

    - Love looks not with the eyes, but with the mind.
    ความรักนั้น เห็นไม่ได้ด้วยตา แต่ด้วยใจ

    - Love is like standing in the wet cement. The longer you stay, the harder it is to leave. And you can never go without leaving your shoes behind.
    ความรักก็เหมือนซีเมนต์เปียก ๆ ยิ่งคุณอยู่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งติดหนึบ จากไปไม่ได้เท่านั้น และคุณจะไม่มีวันจากมาได้เลย โดยที่ไม่ได้ทิ้งรองเท้าไว้ข้างหลัง

    - Don't marry a person you can live with, marry somebody you can't live without.
    จงอย่าแต่งงานกับคนที่คุณ "อยู่ด้วยได้" จงแต่งงานกับคนที่คุณ "ขาดไม่ได้"

    - Don't rely on the past to create the future, rely on the future to erase the past.
    อย่าวางใจใช้อดีตเป็นตัวสร้างอนาคต แต่จงใช้อนาคตเป็นตัวลบอดีตทิ้งไป

    - Love will die if held too tightly; love will fly if held too lightly.
    รักจะเฉาตายถ้ายึดไว้แน่นเกินไป และรักจะโบยบินไปถ้ายึดไว้หย่อนเกินไป

    - If you love someone tell them, don't wait or else you will lose the chance.
    ถ้าคุณรักใคร บอกเค้าซะ อย่ารีรออยู่เลย ไม่งั้นคุณจะเสียโอกาสนะ

    - It only takes a second to say "I love you", but it will take a lifetime to show you how much.
    ใช้เวลาแค่เพียงชั่ววินาทีในการบอกว่า "ชั้นรักเธอ" แต่ใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสดงให้เห็นว่า รักมากเพียงไร

    - Love, is like water, we take it for granted. Thus, when it is gone, it becomes crucial.
    ความรักก็เหมือนน้ำ เรามักจะเห็นมันเป็นของตาย ต่อเมื่อ มันหมดไปแล้ว นั่นละ ... มันจะกลายเป็นสิ่งจำเป็น

    - True love is like ghosts, which everyone talks about but few have seen.
    รักแท้ก็เหมือนกับปีศาจ ทุกคนพูดถึง แต่มีคนน้อยมากที่ได้เห็นว่าเป็นอย่างไร

    - The essential sadness is to go through life without loving. But it would be almost equally sad to leave this world without ever telling those you loved that you love them.
    ความเศร้าที่สำคัญคือการชีวิตโดยปราศจากความรัก แต่มันคงจะเศร้าเกือบจะพอ ๆ กันที่จะจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้บอกคนที่คุณรักว่า คุณรักพวกเค้า"

    - A man falls in love through his eyes, a woman through her ears.
    ผู้ชายตกหลุมรักทางตา แต่ผู้หญิงน่ะ ตกหลุมรักทางหู

    - The way to love anything is to realize that it might be lost.
    หนทางที่จะรักสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็คือ การตระหนักสิ่งนั้น ๆ อาจจะสูญหายได้

    - The perfect marriage begins when each partner believes they got better than they deserve.
    การแต่งงานที่สมบูรณ์แบบเริ่มขึ้น เมื่อต่างฝ่ายต่างคิดว่า พวกเค้าได้รับสิ่งที่ดีเกินกว่าที่ตัวเองสมควรได้รับ

    - When a young man complains that a young woman has no heart, it is pretty sure that she has his.
    เวลาที่หนุ่มน้อยโอดควรญว่า สาวน้อยนางนั้นไม่มีหัวใจ ค่อนข้างแน่ใจได้เลยว่า สาวน้อยนั้นน่ะ ... มีหัวใจของหนุ่มคนนั้นอยู่ในกำมือ

    - Kindness in words creates confidence, kindness in thinking creates profoundness, kindness in giving creates love.
    วาจาที่กรุณาจะสร้างความเชื่อมั่น จิตใจที่กรุณาจะสร้างความลึกซึ้งของจิตใจ และการให้ที่กรุณาจะก่อให้เกิดรัก

    - To love is to risk not being loved in return. To hope is to risk pain. To try is to risk failure, but risk must be taken, because the greatest hazard in life is to risk nothing.
    การที่ได้รักคือการเสี่ยงว่าจะไม่ได้รับความรักเป็นการตอบแทน การตั้งความหวังคือการเสี่ยงกับความเจ็บปวด การพยายามคือการเสี่ยงกับความล้มเหลว แต่ยังไงก็ต้องเสี่ยง เพราะสิ่งที่อันตรายที่สุดในชีวิตก็คือ การไม่เสี่ยงอะไรเลย

    - When loving someone...never regret what you do...only regret what you didn't do.
    เวลารักใคร ... อย่าเสียใจในสิ่งที่คุณได้กระทำ จงเสียใจในสิ่งที่คุณไม่ได้กระทำ

    - Gravity cannot be held responsible for people falling in love.
    เวลาคนตกหลุมรักน่ะ ... โทษแรงโน้มถ่วงไม่ได้ จริงมั้ยล่ะ (ต้องโทษคนขุดหลุม)

    There is a story of a woman Who always kept her feelings towards her friend Until the day he got married, she decided to tell him the truth And he felt that it's a good joke for his wedding
    มีเรื่องเล่าของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอรักเพื่อนของเธอแต่ได้เพียงเก็บความรู้สึกเอาไว้ จนกระทั่งวันที่เขาแต่งงาน เธอก็ตัดสินใจบอกความจริงกับเขา ...แต่เขากลับคิดว่าเป็นเพียงเรื่องตลกสำหรับวันแต่งงานของเขา...

    There is a story of a man Who has never told his wife how much he loves her Until the day she passed away Until now, he keeps sending flowers to her grave everyday With thousand kisses on the card saying "I love you" Would she be able to know?
    และยังมีเรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ไม่เคยบอกภรรยาว่าเขารักเธอมากแค่ไหน จนกระทั่งเธอตายจากไป ถึงบัดนี้ เขายังคงวางดอกไม้ไว้ที่หลุมศพของเธอทุกวัน พร้อมกับรอยจูบนับพันบนการ์ดที่เขียนว่า "ผมรักคุณ" ...เธอจะมีโอกาสได้รับรู้ไหม...

    Yet, there is a story of a girl Who always needed a warm hug from her daddy But she was too shy to ask for Until the day he can never hug her any more...
    และยังมีเรื่องเล่าของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ซึ่งต้องการอ้อมกอดอันอบอุ่นจากพ่อของเธอเสมอ แต่เธอเขินอายเกินกว่าจะเอ่ยปากออกไป ...จนกระทั่งวันที่พ่อไม่สามารถกอดเธอได้อีกต่อไป...

    A lot of stories happen everyday You could know what had happened yesterday How can you be sure what will happen tomorrow? Think of something you never say Are you waiting until the day? to say " I LOVE YOU "
    ทุกๆวันเกิดเรื่องต่างๆขึ้นมากมาย คุณอาจจะรู้ว่า เมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้น แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพรุ่งนี้ ลองคิดถึงบางสิ่งที่คุณไม่เคยพูด จะต้องรอให้ถึงวันไหน ที่จะบอกคำว่า "รัก
    8/29/2006

    คุณเสียน้ำตาเพื่อใคร....คนรักหรือคนร้าย

     

    คุณเสียน้ำตาเพื่อใคร..... คนรักหรือคนร้าย

     

    หากแต่การจากลาของใครบางคนทำให้คุณอ่อนแอนั้น โปรดเข้าใจไหมเสียว่า คุณอ่อนแอตั้งแต่มีเขาเคียงข้างกายแล้ว แค่วันนี้คุณไม่มีใครให้พักพิง................ในเมื่อเขาทิ้งคุณไปแล้ว

    ไม่แปลกหากน้ำตาที่ไหลริน ทำนบน้ำตาที่พังทลาย กับหัวใจที่สลายจนสิ้นไป เพราะใครบางคนที่ทิ้งเราไปในวันนี้

    ทำให้คุณรู้สึกสูญสิ้นทุกอย่างไป เปนเพราะคุณได้นำทุกอย่างให้เขาไปต่างหากล่ะ ในตอนนี้คุณคงทำได้เพียงนั่งร้องไห้ จนคิดว่า น้ำตามีไม่เพียงพอให้ไหลรินจนหมดใจ

    นอกจากน้ำตาที่มันจะกัดเซาะบาดแผลในใจของคุณให้ลุกลามแล้ว มันยังเป็น้ำกรดราดรดลงไปในใจคนรอบข้างที่รักคุณอีกด้วย ไม่ใช่เพียงคุณคนเดียวที่เสียใจและเจ็บปวด ยังมีอีกคนที่เจ็บปวดไปพร้อมกับคุณ

    .......ลืมตาขึ้นสิ.......
    คุณจะมองเห็น "คนที่รักคุณ" ที่ยืนเฝ้ามองคุณอยุ่ห่างๆอย่างห่วงใย นอกห้องออกไป นอกห้องที่คุณขังตัวเองไว้เนิ่นนาน

    เขาพร้อมจะซับน้ำตาคุณทันทีที่คุณเอ่ยปาก
    คนที่ยอมรับการตัดสินใจของคุณอย่างเจ็บปวด
    คนที่ใช้สองมือรองรับน้ำตาอย่างอาทร
    และพร้อมใช้ไหล่กว้างซับผ่าน.......ให้ไหลลึกลงไปสู่หัวใจ

    แต่ "คนที่ทำร้ายคุณ" กำลังปล่อยมือช้าๆ และก้าวออกห่างคุณอยู่เลยๆ
    คนที่กำลังก้าวข้ามน้ำตาคุณไปอย่างรังเกียจ
    คนที่เห็นน้ำตาคุณเป็นเพียงหยาดน้ำ
    คนที่ไม่รับรู้เสียงสะอื้นที่เธอร้ำไห้

    ในขณะที่คนที่รักคุณจับมือคุณอย่างอ่อนโยน เข้าใจ และเจ็บปวดอยู่ข้างๆคุณ

    คุณคงต้องเลือกแล้ว.....................
    ระหว่าง หัวใจที่ยังมีอยู่ กับ หัวใจที่ไม่มีคุณ

    8/23/2006

    สถานการณ์รักจากฝน

    ยามฝนตกพรำๆ แบบนี้

    คุณและคนรักเคยไหมที่จะมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมๆ กัน ในช่วงเวลานั้นคุณทั้งสองคงต้องกำลังคิดอะไรบางอย่างกันอยู่เป็นแน่ คุณลองนำความคิดในขณะนั้นไปตรวจคำอธิบายดูเพื่อตรวจสอบว่า สภาพความรักของคุณกับเขา/เธอ มีสถานการณ์อย่างไรในขณะนี้ฝนตกกระหน่ำหนัก ๆ ให้สะใจกันไปเลย พระเอกนางเอกทะเลาะกันกลางฝน
    ไม่ต้องมีฝนตกเลยดีกว่า

    แสดงว่าความสัมพันธ์ของคุณสดชื่นดี ไม่มีการทะเลาะแง่งอนกันมากมายนัก นับเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคงดี แต่อาจจะขาดบรรยากาศของการเรียนรู้กันในอีกด้านหนึ่งของอารมณ์ของกันและกัน
    ให้มีฝนตกพรำๆเบาๆ พระเอกนางเอกจูงมือวิ่งไปหลบฝน

    แสดงว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนรักกำลังสดชื่นดี และมีพัฒนาการในความเข้าใจและความผูกพันมากยิ่งขึ้น คุณอาจมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันบางครั้ง แง่งอนกันบางเรื่อง แต่ก็เรียกได้ว่ากำลังสุกงอมได้ที่
    ให้มีฝนตกพรำๆ เป็นสายๆ พระเอกหรือนางเอกเดินตากฝนคนเดียว

    แสดงว่าความสัมพันธ์รักของคุณเริ่มจะไม่ค่อยหวานชื่นดื่มด่ำดังเดิมอีกแล้ว ในใจของคุณมีความเศร้าเกาะกุมอยู่ อาจเกิดปัญหาขึ้นระหว่างคุณกับคนรัก หรืออาจเป็นปัญหาของคุณเองที่ทำให้เกิดความทุกข์ใจ และรู้สึกโดดเดี่ยว
    ให้มีฝนตกกระหน่ำหนัก ๆ ให้สะใจกันไปเลย

    พระเอกนางเอกทะเลาะกันกลางฝน
    แสดงว่าความสัมพันธ์รักของคุณกับคนรักกำลังอยู่ในสถานภาพน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
    8/11/2006

    รักหรือชอบ มันแตกต่างกันอย่างไร

    ความแตกต่างระหว่าง รัก กับ ชอบ

    ต่อหน้าคนที่คุณรักหัวใจคุณเต้นรัว

    ต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณรู้สึกมีความสุข

    ต่อหน้าคนที่คุณรักฤดูหนาวเป็นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ

    ต่อหน้าคนที่คุณชอบฤดูหนาวเป็นฤดูหนาวที่งดงาม

    ถ้าคุณจ้องหน้าคนที่คุณรักคุณจะหน้าแดง

    ถ้าคุณจ้องตาคนที่คุณชอบคุณจะยิ้มออกมา

    ต่อหน้าคนที่คุณรักคุณไม่สามารถพูดทุกสิ่งในใจคุณได้

    ต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณทำได้

    ต่อหน้าคนที่คุณรักคุณจะเขินอาย

    ต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณเปิดเผยความเป็นคุณได้

    คนที่คุณรักมักเข้ามาอยู่ในใจคุณทุก 2 นาที คุณไม่สามารถสบตาคนที่คุณรักตรงๆได้

    แต่คุณยิ้มและสบตาคนที่คุณชอบตรงๆได้

    เมื่อคนที่คุณรักร้องไห้คุณจะร้องไห้ไปกับเขา

    แต่เมื่อคนที่คุณชอบร้องไห้คุณจะปลอบเขา

    ความรู้สึกรักเริ่มต้นจากดวงตา

    ความรู้สึกชอบเริ่มต้นที่หู

    ฉะนั้นถ้าคุณจะเลิกชอบคนที่คุณชอบก็แค่ปิดหูของคุณเท่านั้นก็พอ

    แต่ถ้าคุณพยายามจะปิดตา รักจะกลายเป็นนํ้าตา

    และเมื่อคุณเปิดตาขึ้นอีกครั้ง คุณก็จะได้รู้ว่า สิ่งที่คุณเสียไปคือคนที่คุณรักมากที่สุด

    คุณเท่านั้นที่รู้...

    ใครบางคน บอกไว้ว่า ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม

    ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีน้ำตา และไม่เคยทำร้ายใคร แต่หากเมื่อไหร่ที่คุณรักใครแล้ว คุณต้องร้องไห้ คุณเคยถามตัวคุณเองหรือไม่ว่า

    " คุณรักเค้า จริงหรือเปล่า และรักอย่างไร "
    คำตอบคือ คุณเท่านั้นที่รู้ แล้วล่ะ....
    ความจริงก็คือ ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ หนึ่งตลอดเวลา

    เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้
    และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน

    บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า
    สิ่งที่เราคิดทั้งหมด
    มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว
    ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน
    มากกว่าการได้รับรู้ความจริง

    การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า...
    เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4...
    และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า...
    ก็ขอให้คิดไว้ว่า ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย
    มันอาจต้องมีน้ำตาบ้าง

    ในการยอมรับความจริงที่ว่า เราไม่ใช่ที่ 1...
    แต่โปรดจำไว้เถอะว่า
    หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
    พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า...ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว
    โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้...
    ก็จงชอบต่อไปเถอะ

    การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม
    "การตัดใจ" ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
    ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า
    กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า
    อันไหนมันหนักหนากว่ากัน
    อย่าโทษตัวเอง
    ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...
    อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้...
    อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน
    แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง

    ที่อย่างน้อย ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป
    แต่ก็ยังได้พบ...
    ยิ้มให้เค้า

    ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา
    แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป...
    ยิ้มให้กับโชคชะตา

    ที่ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้เรารักกัน
    แต่ก็ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน
    คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง

    คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว
    คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง...

    คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...และร้องไห้ได้มากมาย...
    คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า

    ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส
    เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?
    แค่การได้เห็นคนที่เรารัก

    ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด
    นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ


    อ่านแล้ว..ว่าจริงไหม….?

    ถ้ามีเพียง 100 คนบนโลกนี้

    ถ้ามีเพียง ๑๐๐ คน บนโลกนี้
       
       
       
       

    ถ้าวันนี้เป็นวันที่คุณรู้สึกแย่เอามากๆ
    ลองอ่านเรื่องนี้ดูแล้วคุณอาจจะมองสภาพรอบตัวเปลี่ยนไป
    ถ้าเอาข้อมูลของประชากรทั่วโลกมาย่อย่นลง
    เปรียบโลกเป็นเหมือนหมู่บ้านของคน ๑๐๐ คน จะเป็นอย่างไร
    ที่หมู่บ้านนี้จะมี

    ๕๗ คนเป็นคนเอเชีย
    ๒๑ คนเป็นคนยุโรป
    ๑๔ คนเป็นคนอเมริกาเหนือและใต้
    ๘ คนเป็นแอฟริกา

    ๕๒ คนเป็นผู้หญิง
    ๔๘ คนเป็นผู้ชาย

    ๗๐ คนไม่ใช่คนผิวขาว
    ๓๐ คนเป็นคนผิวขาว

    ๗๐ คนนับถือศาสนาอื่นนอกเหนือจากศาสนาคริสต์
    ๓๐ คนนับถือศาสนาคริสต์

    ๘๙ คนเป็นรักต่างเพศ
    ๑๑ คนเป็นรักร่วมเพศ

    คน ๖ คนถือครองทรัพย์สิน ๕๙ เปอร์เซ็นต์ ของโลก
    ทั้ง ๖ คนนั้นเป็นคนสัญชาติอเมริกา
    ๘๐ คนอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่ำกว่ามาตรฐาน
    ๗๐ คนอ่านหนังสือไม่ออก
    ๕๐ คนทุกข์ทรมานด้วยโรคขาดสารอาหาร
    ๑ คนอยู่ในสภาพร่อแร่ใกล้ตาย
    ในขณะเดียวกัน อีก ๑ ชีวิตก็กำลังจะเกิดมา
    มีเพียงคนเดียว (ใช่แล้ว คนเดียวเท่านั้น)
    ที่เรียนถึงระดับมหาวิทยาลัย
    และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีคอมพิวเตอร์ใช้

    เมื่อได้มองโลกจากภาพย่อเช่นนี้
    คงจะทำให้เรายอมรับคนอื่น
    เข้าใจคนที่แตกต่างไปจากเรา
    และคงตระหนักดีถึงความสำคัญของการศึกษา
    ในการที่จะเรียนรู้และรับรู้ความเป็นจริง

    หรือ มาลองคิดจากมุมมองอื่น

    ถ้าเช้านี้คุณตื่นขึ้นมา และรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงดี
    ก็เรียกได้ว่าคุณโชคดีกว่าคนอีก ๑ ล้านคน
    ที่ภายในอาทิตย์นี้ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่รอดหรือไม่

    ถ้าคุณไม่เคยรู้สึกถึงอันตรายจากการสู้รบ การสงคราม
    ความทุกข์ทรมาน ความเปลี่ยวเปล่าจากการถูกกักขัง
    ความทรมานจากความหิวโหย
    ก็เรียกได้ว่า คุณยังดีกว่าคนอีก ๕๐๐ ล้านคน

    ถ้าคุณไม่ตกอยู่ในความหวาดกลัวต่อความตาย
    ไม่ถูกจับกุม หรือถูกทรมาน สามารถไปทำพิธีในโบสถ์ได้
    ก็เรียกได้ว่า คุณยังดีกว่าคนอีก ๓,๐๐๐ ล้านคน

    ถ้าคุณมีอาหารเก็บในตู้เย็น มีเสื้อผ้าใส่
    มีหลังคาคุ้มหัว มีที่นอน
    ก็เรียกได้ว่า คุณมีความเป็นอยู่สุขสบายกว่าคนอีก ๗๕
    เปอร์เซ็นต์ ในโลก

    ถ้าคุณมีเงินฝากในธนาคาร มีเงินเหลือในกระเป๋าสตางค์

    มีเงินวางอยู่ในบ้านที่ไหนสักแห่ง

    ก็เรียกได้ว่า คุณมีฐานะดี อยู่ในกลุ่ม ๘ เปอร์เซ็นต์

    ของผู้ที่มั่งมีที่สุดในโลก

    ถ้าพ่อแม่ของคุณยังแข็งแรง และทั้งสองยังอยู่ด้วยกัน
    ต้องเรียกได้ว่าเป็นเรื่องหาได้ยากทีเดียว
    ถ้าคุณได้อ่านเรื่องนี้ ต้องเรียกได้ว่า ณ ช่วงเวลานี้
    คุณน่าจะเป็นผู้ที่มีความสุขสองเท่า
    เพราะ มีคนคิดถึงคุณและส่งข้อความนี้มาให้คุณ
    นอกจากนั้น คุณก็ยังดีกว่าคนอีก ๒,๐๐๐
    ล้านคนในโลกที่อ่านหนังสือไม่ออก

    คนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า
    คุณทำสิ่งใดก็จะได้รับสิ่งนั้นตอบสนอง

    เพราะฉะนั้น ..................

    จงทำงานโดยไม่คำนึงถึงแต่เงิน
    จงรักผู้คนรอบตัว เสมือนหนึ่งไม่เคยมีใครทำให้คุณเจ็บช้ำใจ
    จงร่ายรำตามใจอยาก เสมือนหนึ่งไม่มีใครมองดูคุณอยู่
    จงส่งเสียงร้องเพลง เสมือนหนึ่งไม่มีใครฟังอยู่
    จงใช้ชีวิตบนโลก เสมือนหนึ่งเป็นสวรรค์บนดิน

    เพื่อนสนิท

    เพื่อนสนิท

       ... ก็คือ

     เพื่อนธรรมดาๆคนนึง   ที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆทั่วๆไป 

      

       ... ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆอย่าง

     

       ที่คล้ายๆกับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น

       ... ถึงจะมาสนิทกันได้

      

       ... บางที อาจไม่ใช่นิสัย

       ... บางที อาจไม่ใช่หน้าตา

       ... บางที อาจไม่ใช่ฐานะ

       ... บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้

      

       ... แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่าง ที่ต้องเป็น  มั น ค น นี้ เ ท่ า นั้ น ที่ มี

     

       . .

       ... บางครั้ง 

     

       ... เราก็ไม่ไป ที่ที่เราอยากไป

       ... เพียงเพราะว่า มันไม่ไปด้วย 

      

       ... บางครั้ง

       ... นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน

       ... น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด 

     

       ... บางครั้ง

       ... ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย

       ... เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้

      

       ... บางครั้ง

       ...ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้

     

       ... ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆที่หัวไหล่

       บอกเป็นนัยๆว่า

       กรูอยู่ตรงนี้ 

      

       ...

       ...

       ชอบคำๆนึงที่บอกว่า

      

      

       . . . . . เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . .

       . . . แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . .

      

      

       ...เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ

     

       ... มากจนบางคนแยกไม่ออก เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน

      

       ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน

       ... ทั้งๆที่มันคนละเรื่องกันเลย

     

      

       ... แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก

       ... เพื่อน ... จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที

       ... ไอ่เพื่อนสนิทผม มันคงจะชินแล้ว

       ... ที่เวลาผมมีรักทีไร ผมก็จะห่างๆมันไปทุกที 

      

       ... เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที

     

     ...  ก็ตอนอกหักนู่นแหละ

     

       ... ก็เคยคิดเหมือนกันนะ

       ... ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง

       ... คงจะประมาณว่า

       ... "แม่ง ... พอมีแฟนก็ลืมเพื่อน"

       ... นี่ กะกรูไม่เคยช่วยห่ าไรเลย ทีกะแฟนแมร่งแทบถวายหัว"

       ... "ต้องเลิกกะแฟนก่อนถึงจะจำเบอร์โทรกรูได้ใช่ไหม สราดดด"

       ... คิดๆดูแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

       ... เพราะเวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก

       ... ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย

       ...นานๆถึงจะได้คุยกันที 

     

      

       ... แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา

       ... นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน

       ...   อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน

     

       ... ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้วผมก็จะไล่มันกลับไปนอน

      

       ... ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆทั้งนั้น

       ... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว

      

       ... แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า

       ... 'เพื่อน

     

     คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ'

       ... 'แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ'

      

      

       ... 'เพื่อน'

       ... 'คือคนที่เมื่อเราสุข เราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา'

       . . . 'แ ต่ เ ป็ น ค น ไ ม่ มี วั น ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ร า ล้ ม ลง

     

       ไ ม่ ว่ า เ ร า จ ะ ไ ป

     เ จ็ บ ม าจ า ก ไ ห น . . .

    8/9/2006

    ความรักกับความผูกพัน

    ความรัก..กับ ความผูกพัน
        หน้าตาคล้ายกัน .. เหมือนซ้าย-ขวา แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ ... รู้สึกว่า .. คิดถึง
    ... แล้วมาหา คือ .............. รัก
        รู้สึกว่า .. เคยมาหา .. เลยมาหา คือ .. ผูกพัน รู้สึกว่า .. หิว .. แต่อยากรอ คือ .. รัก รู้สึกว่า .. อิ่มแล้ว .. อยากเอามาฝาก คือ .. ผูกพัน รู้สึกว่า .. อยากให้เวลากันและกัน คือ .............. รัก รู้สึกว่า .. อยากใช้เวลา ด้วยกัน คือ .. ผูกพัน รู้สึกว่า .. หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ .. รัก รู้สึกว่า .. โกรธคือทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ .. ผูกพัน รู้สึกว่ า .... ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึง คือ .. รัก รู้สึกว่า .. นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ .... ผูกพัน ขอบคุณเหลือเกิน .... ความผูกพัน .. ที่ทำให้รัก ขอบคุณเหลือเกิน .. รักที่เป็นมากกว่า .. ความผูกพัน ----------------------------------------------------------- ............ เคยไหมรักใครคนหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่า .... เคยผูกพันเหมือนเคยรักกัน
    แล้วพลัดพราก
        ต้องมาตามหากันเป็นแรมปี ถ้าเคยรู้สึกอย่างนี้ ยามที่มองแววตาใครคนนั้น แล้วรู้สึกอยากอยู่ข้าง ๆ เพื่อคอยกางแขนปกป้องและดูแลไปตลอดชีวิต ความรู้สึกนั้น .. เรียกว่า รักและผูกพัน ความรู้สึกที่ .. มิอาจพรากจากกัน ได้อีก แม้เพียงหนึ่งเสี้ยววินาที
    8/5/2006

    คุณหวังอะไรเกี่ยวกับความรักบ้างมั้ยอ่ะ

    บางคนเวลาจะรักใครก็...ไม่เคยหวังอะไรตอบแทน

    ไม่หวังที่จะให้เขารักเราตอบ
    ไม่หวังที่จะให้เขาหันมาสนใจ
    ไม่หวังที่จะให้เขารู้ว่ารัก
    ขอเพียงแค่รักเขาอยู่ห่าง ๆ
    เห็นเขามีความสุข..ก็พอใจ
    แต่บางคน..เวลารักใครก็อยากให้เขารักตอบ

    ถ้าเขารักตอบก็ดี… แต่ถ้าไม่ล่ะ
    ยิ่งคาดหวังอะไรไว้มากเท่าไหร่
    เมื่อไม่ได้สิ่งนั้นมาก็จะทำให้ "เจ็บ เจ็บ และเจ็บ"
    และก็จะเกิดคำถามมากมายขึ้นภายในใจ...

    ทำไมเขาไม่รัก
    ทำไมเขาไม่แคร์ .. ไม่สนใจ
    และสิ่งเหล่านี้มันก็จะยิ่งทำให้เราเป็นทุกข์ และเป็นทุกข์มากขึ้น

    ความรู้สึกของคนเรามันต่างกัน…
    เวลาเราให้ความหวังกับใคร
    เราก็ควรทำความหวังของคนคนนั้นให้เป็นจริงซะ
    .... แต่ถ้าเราไม่ต้องการที่จะให้ใครมาหวังอะไร

    ก็อย่าไปให้ความหวังใคร …
    เพราะเมื่อความหวังพัง! ...
    ไม่เพียงเขาคนนั้นที่เจ็บ เราก็จะพลอยเจ็บไปด้วย
    และถ้าถึงเวลาที่คุณหวังบ้าง...

    คุณก็อย่าหวังอะไรให้มากเกินไป
    เพราะถ้าไม่ได้ตามที่หวัง มันก็จะทำให้คุณเจ็บ และเจ็บได้เช่นกัน

    คุณเชื่อในเรื่องพรหมลิขิตมั้ย

    ตัวผมเองเชื่อเรื่องนี้แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง
    มันอาจจะไม่ได้เป็นไปตามพรหมลิขิตซะทั้งหมด
    เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นจากใจของเราเอง
    โดยเฉพาะเรื่องของความรัก...ในความรู้สึก  

     

    ส่วนตัวของผมความรักคือ...
    คำที่ให้ได้ทั้งความอบอุ่น และความทุกข์ใจในเวลาเดียวกัน
    แต่ความทุกข์ที่เกิดจากความรัก มันเป็นทุกข์ที่ทุกคนเต็มใจ
    จะให้มันเป็นไป...เป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้

    หลายคนเชื่อว่าเวลาอาจจะเป็นตัวกำหนด
    ทุกสิ่งทุกอย่างในความรู้สึก
    แต่จริงๆ แล้วความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้น
    อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเวลาเลย

     บางอย่างอาจใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ได้
    แต่กับบางคนความรู้สึกในเรื่องของความรัก
    เวลาไม่อาจจะทำให้เปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่านานแค่ไหน
     

    ความรักที่เกิดขึ้นจากอารมณ์ชั่ววูบ
    บางครั้งมันอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น
    อารมณ์ชั่ววูบนั้นอาจจะเป็นรักที่ยั่งยืนได้
    มันขึ้นอยู่กับจิตใจของคน 2 คนที่รักกัน  

     

    จริงอยู่ที่ว่าคนเราถ้าจะรักกัน ต้องยอมรับกันและกันให้ได้
    นั่นก็คือ จะต้องเป็นตัวของตัวเอง
    แต่ผมไม่คิดเช่นนั้น...เพื่อคนที่ผมรักแล้ว
    ผมยอมที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างได้เพื่อเธอ
    เพราะการเปลี่ยนตัวเราเองบางทีมันก็ไม่ได้เป็นผลเสีย
    มันอาจจะทำให้เราดีขึ้น หรืออาจจะแย่ลง . . .
    แต่มันเป็นความต้องการของความรู้สึกในส่วนลึกที่สั่งออกมาจากหัวใจ

     

    รักคือการให้ รัก...อาจจะไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง
    แต่มันก็สามารถเปลี่ยนคนๆ หนึ่งไปได้อย่างแน่นอน
     คุณเคยมีความรู้สึกเดียวกับผมบ้างไหม. . .
    สักวันถ้าคุณเจอคนที่คุณรักเค้าแบบจริงจัง
    คุณอาจจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อเค้าก็ได้