yai_kwang's profilekwang kwangPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
6/29/2007 อยากลืม หมายถึง ไม่มีวันลืม
สัญญาณเตือน "รัก" หมดอายุ
10/19/2006 อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะข้อคิดดี ๆ จากน้าเน๊ก เกตุเสพย์สวัสดิ์
บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน
บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้า
และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม " ฆ่าเวลา "
ชีวิตมันว่างจัดขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย
บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ
ลองคิดแบบนี้บ้าง
ใช่แล้ว....เราจะเกิดความเสียดาย
เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ
ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ...
ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ... มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว ทำงานในสิ่งที่เรารัก
เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว
เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย...เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ) ตายแล้ว ใช้เวลา (ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อย ๆ
เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน
ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน......... หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ...... แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้ายก็ปาไป 5 วัน
ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด
และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน ....แล้วนะ อ้าว....รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก
รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ เดี๋ยวตายซะก่อน....เสียดายแย่ 9/5/2006 10 วิธีระงับความโกรธ
9/3/2006 จะโทรหาเธอต่อไปดีมั้ยนะ........วันนี้ฉันก็รู้สึกเซ็งๆอีกแล้ว...ฉันอยากโทรหาเธอนะ...แต่อีกใจก็คิดว่าถ้าฉันโทรหาเธอต่อไป ฉันกลัวว่าฉันจะต้องเสียใจ...เพราะตอนนี้ฉันไม่รู้เลยว่าเธอคิดยังไงกับฉัน... ถ้าเกิดว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับฉัน...แต่ก็คุยไปงั้นๆแหละ...ส่วนตัวฉันก็ไม่รู้..ก็ยังโทรหาเรื่อยๆ และก็ชอบเธอมากขึ้นเรื่อยๆ...โดยที่เธอนั้นเฉยๆ...แล้วถ้าวันหนึ่งเธอเกิดมาบอกฉันว่าเธอมีแฟนแล้ว และฉันจะทำไงล่ะ...ฉันก็ต้องเสียใจมากๆแน่เลย...ถ้าเธอไม่เคยส่งmsgมาหาฉันว่าคิดถึง...ฉันจะไม่คิดมากเลยนะ...หรือว่าmsgนั้นเธอส่งมาผิดคนหรือป่าวนะ...และเวลาที่ฉันโกรธเธอ...เธอก็จะโทรมาทันที ถามว่าฉันเป็นอะไร...แต่ถ้าไม่มีเรื่องอะไรเธอก็ไม่โทรมาเลย...ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าเธอคิดยังไงกันแน่ ถ้าเธอไม่ได้คิดอะไรกับฉันและเธอมาดีกับฉันทำไม...แต่ถ้าเธอคิดเหมือนกันกับฉัน...ก็อยากให้บอกมาเลยได้ไหม...เพราะฉันจะได้ไม่ต้องคิดมาก..บางทีฉันคิดมากและอาจไปจากเธอสักวัน...เพราะฉันไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง..ฉันคงคิดอยู่เสมอว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย...แต่ตอนนี้ก็ยังสับสนอยู่ว่าจะโทรดีไหมเพราะตอนนี้ถ้าไม่โทรฉันเองก็คงยังคิดถึงเธอ...ไว้ถ้าฉันทำใจได้..เราคงไม่ได้คุยกันแน่เลย ถ้าเธอยังไม่พูดอะไรอีก...เราคงต้องจบแน่ๆ... 9/2/2006 คน 2 คนที่เราควรคิดถึงมาที่สุดในโลกเวลาไม่มีเงิน คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่ แต่พอมีเงิน คนแรกที่คิดถึงคือแฟนและเพื่อน อยากได้รถ คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่ แต่พอมีรถ คนแรกที่จะไปรับคือแฟนและเพื่อน ร้านอาหารหรู ๆ บรรยากาศคลาสสิค มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน อาหารบนโต๊ะที่บ้าน มีสำหรับพ่อและแม่ พ่อและแม่ คิดบัญชีค่าใช้จ่ายก่อนนอน เพื่อความอยู่รอด ลูกนอนคุยโทรศัพท์ เล่นเนตก่อนนอน เพื่อให้หลับฝันดี เวลาเรามีความสุข มักจะมองหาแฟนและเพื่อน เวลาเรามีความทุกข์ คนที่กังวล หดหู่และเศร้าสลดใจ คือพ่อและแม่ เวลาประสบความสำเร็จ เรามักมองหาแฟนและเพื่อน เพื่อนัดฉลองและสังสรรค์ แต่คนที่ดีใจที่สุดคือพ่อและแม่ แต่พ่อและแม่ กลับกลายเป็นคนที่เรามองข้ามไป โรงหนัง ห้างสรรพสินค้า มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน ทีวี และสวนหน้าบ้าน มีไว้สำหรับพ่อและแม่ ลูกไปรื่นเริงตามโรงหนัง เธค ผับ โต๊ะสนุ๊ก ฯลฯ พ่อและแม่กับทำงาน หรือ นอนหลับเก็บแรงไว้ทำงานหาเงินในวันรุ่งขึ้น เพื่อแลกความสุขของลูก อยากให้ลูกเรียนสูง ๆ เวลาแต่งงาน คนที่เป็นธุระหาสินสอดทองหมั้นคือพ่อและแม่ คนที่มีความสุขคือลูก พ่อและแม่ตำหนิ ตักเตือน บางครั้ง เต็มไปด้วยอารมณ์ห่วงใย เพื่อให้ลูกได้ดี แต่ลูกคิดว่าสิ่งที่ พ่อและแม่พูดเป็นแค่เรื่องไร้สาระ พ่อและแม่ คือผู้ฝ่าฟันปัญหาเป็นร้อยพันประการเพื่อลูก แต่พอลูกมีปัญหา มักคิดได้แค่ ท้อถอย หดหู่หรืออยากตาย พ่อและแม่คือผู้ที่ปกป้อง และยืนเคียงข้างลูกจวบจนชีวิตจะหาไม่ ลูกกำลังคิดถึงสิ่งใด คำว่า “พ่อ” หรือ “แม่” อาจเป็นคำแรกที่เราพูดได้ตั้งแต่เกิด อาจเป็นคำง่ายๆ สั้นๆ ที่ มีความหมาย ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เราอาจไม่ต้องคิดถึงท่านในทุกๆเวลาที่เราหายใจ เพราะเรารู้ ว่าท่านคงไม่ได้เรียกร้องมากมายขนาดนั้น ขอแค่ 1 ใน 10 ของที่ท่านคิดถึงเราก็พอ เพียงเท่านี้ ... ท่านคงจะดีใจ ... พรุ่งนี้อาจสายเกินไปถ้าคุณโกรธใครขึ้นมาแล้วไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยแก้สถานการณ์ จงทำด้วยตัวเอง บางทีใครคนนั้นอาจจะยังคงอยากเป็นเพื่อนกับคุณอยู่ และ ถ้าคุณไม่ทำ พรุ่งนี้อาจสายเกินไป ถ้าคุณตกหลุมรักใครสักคนแต่คนๆ นั้นไม่รู้ จงบอกเค้าไป บางทีคนๆ นั้นอาจจะกำลังรักคุณอยู่ด้วยเช่นกัน และถ้าคุณไม่บอกเค้า บางทีพรุ่งนี้อาจจะสาย ถ้าคุณอยากจะจูบใครสักคนหนึ่งเหลือเกิน ทำเสียสิบางทีเค้าคนนั้นอาจจะกำลังต้องการจูบของคุณอยู่ก็ได้ และถ้าคุณไม่ได้ทำ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป ถ้าคุณยังคงรักใครสักคนที่คุณคิดว่าป่านนี้เค้าคงลืมคุณไปแล้ว จงบอกเค้าวันนี้ บางทีเค้าอาจจะยังคงรักคุณอยู่เช่นกัน ถ้าคุณไม่บอกเค้าวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป ถ้าคุณต้องการการกอดจากเพื่อนสักคนหนึ่ง บอกเค้าสิ บางทีพวกเค้าอาจกำลังอยากให้คุณกอดมากกว่าที่คุณเป็นเสียอีก และถ้าคุณไม่ทำวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป ถ้าคุณรู้สึกว่าเพื่อนคุณแสนดีเหลือเกิน จงบอกพวกเค้าด้วย เพราะเค้าเองก็อาจจกำลังรู้สึกอย่างเดียวกับคุณเช่นกัน ถ้าคุณไม่ทำแล้วเค้าต้องจากไปเสียแล้ว บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป ถ้าคุณรักพ่อแม่ของคุณและยังไม่มีโอกาสแสดงออกมา ทำซะเถอะ ท่านยังอยู่ตรงนั้นเพื่อให้คุณได้มีโอกาสแสดงให้ท่านรู้ หากท่านจากไปวันนี้ พรุ่งนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว ส่งข้อความนี้ไปให้ทุกๆ คนที่คุณแคร์พวกเค้า รวมทั้งคนที่ส่งมันมาให้คุณด้วย แล้วคุณจะได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เค้าแคร์คุณเช่นกัน......ไม่งั้น.........บางที่ .........พรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป อย่าตัดสินความรู้สึกของใครบางคนด้วยความรู้สึกของตัวเองอย่าตัดสินความรู้สึกของใครบางคน ว่ามันเป็นเพียงแค่. . . “ชั่ววูบ” . . . ตราบใดที่คุณยังเชื่อในรักแท้ ที่คุณพยายามมอบให้ใครสักคน อย่ามองคนบางคนว่า. . . “โง่เขลา” . . . ที่เฝ้ามอบความรักให้คุณมากมายเหลือเกิน ตราบใดที่คุณเอง ก็ยังไม่รู้เหตุผล ของการที่คุณมอบความรักให้ใครไปสักคน อย่าดูถูกคุณค่าของความรักที่ได้จาก คนที่คุณ ไม่ได้รัก . . . ตราบใดที่คุณก็ยังเฝ้ารอมอบความรักให้กับ คนที่ไม่ได้รักคุณเช่นกัน เพราะอย่างน้อย ไม่แน่ว่าในขณะเดียวกัน ที่คุณร้องไห้ ให้กับคนที่ไม่เห็นค่าความรักของคุณ มีคน คนหนึ่งเฝ้ามองคุณด้วยความเจ็บปวด ด้วยเหตุผลเดียวกัน. . . จะไม่ร้องไห้จะไม่ร้องไห้ ถ้าเธอจากไปตั้งแต่วันนี้ จะไม่รั้งเธอไว้ด้วยกำลังที่มี ถ้าเธอคนดีเลือกที่จะเดินจากไป จะไม่ให้เธอเห็น ว่าสิ่งที่ฉันเป็นมันน่าสมเพชขนาดไหน แค่ขอให้เธอไม่ต้องรำลาอะไร แค่นั้นเธอจะสบายใจได้เลย เพราะฉันจะไม่เรียกร้อง จะไม่มองจะอยู่นิ่ง ๆเฉย ๆ เจอกันไม่ต้องทำเป็นคุ้นเคย ลืมไปได้เลยคนที่เธอไม่มีใจ ทิ้งฉันไว้อย่างนี้ มันคงดีกว่าเป็นไหน ๆ ที่เธอจะมาบอกว่าห่วงใย ทำร้ายฉันเรื่อยไปไม่เคยพอ สุดท้ายก้อเหงาตื่นขึ้นมาก็เหงา ตื่นขึ้นมาแต่เช้า แอบมองใครเขา ก็เห็นมีรักที่ยืนยาว มองด้วยความอิจฉา บวกกับความเหน็บหนาว ก็+++ตัวของเรายังไม่เจอเลย..รักจริง * ใครอาจเห็น..ว่าฉันคนนี้เหมือนคนที่หลายใจ เปลี่ยนคนเข้ามามากมายไม่ซ้ำคน เรื่องจริงที่ยังทุกข์ทน ก็ไม่มีคนรักฉันจริงเลยตอนนี้ ** คนขี้เหงา สุดท้ายก็ยังเหงา มันเจ็บที่เห็นใคร..ใคร เขาหาว่าเจ้าชู้ คนขี้เหงา ความจริงที่ทุกคนไม่รู้ ทุกวันยังเดินลำพัง ไม่เคยมีใครจริงจังเลยสักคน อยู่กับคนหลากหลาย แต่จริง..จริง มันเหงา เหลือบดูใครเขาคงคิดว่าฉันไม่เป็นไร ที่มีคนรุมล้อม แต่จริง..จริง อ่อนใจ ที่ไม่มีแม้ใครคิดว่าฉันรักจริง (ซ้ำ *,**) คนขี้เหงา สุดท้ายก็ยังเหงา มันเจ็บที่เห็นใคร..ใคร เขาหาว่าเจ้าชู้ คนขี้เหงา ความจริงที่ทุกคนไม่รู้ ทุกวันยังเดินลำพัง ไม่เคยมีใครจริงจัง...กับฉันเลย ความจริงในความรักมันก็เป็นความจริงอย่างที่ความจริงเป็น... ความจริงเกี่ยวกับความรัก 1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือ การรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง 2. พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ทานประทานมา 3. ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว 4. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต คือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเรา แต่มาค้นพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้น และจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป 5. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนานจนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูที่ เปิดไว้รอเรา 6.เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไร กันสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด 7.เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา 8. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเรา 9. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ 10. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณไม่สามารถทำใจได้ 11. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน 12. การที่เราจะประทับใจใครนั้นใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต 13. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียว สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ 14.มีช่วงเวลาในชีวิตที่คุณคิดถึงใครสักคนจนกระทั่งอยากดึงเขามาจากความฝัน เพื่อกอดเอาไว้ขอให้คุณได้ฝันถึงคนพิเศษนั้น 15. ฝัน ถึงสิ่งที่คุณต้องการฝัน ไปในที่ที่คุณต้องการไป เป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็น เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว และมีโอกาสเดียวที่จะทำทุกสิ่งที่คุณต้องการ 16. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข 17. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน 18. คำพูดที่ไม่ได้ยั้งคิดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง คำพูดที่โหดร้ายอาจทำลายชีวิต คำพูดที่เหมาะกาละเทศะอาจลดความเครียด คำรักอาจเยียวยาและทำให้มีสุขได้ 19. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราเราเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในพวกเขา 20. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก 21. ความสุขรออยู่เบื้องหน้าผู้ที่มีน้ำตา ผู้ที่เจ็บปวด ผู้ที่ค้นหา และผู้ที่พยายามแล้ว เพราะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้จักคุณค่าของผู้คนที่ได้สัมผัสชีวิตพวกเขา 22. ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม งอกงามด้วยรอยจูบ และจบลงด้วยคราบน้ำตา 23. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดีถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ 24. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ - A man overtime falls in love with the woman he is attracted to, and a woman overtime becomes more attracted to the man she loves. ผู้ชายมักจะตกหลุมรักคนที่เค้าหลงเสน่ห์ และผู้หญิงจะหลงเสน่ห์คนที่เธอตกหลุมรัก - Friendship is love minus sex and plus reason. Love is friendship plus sex and minus reason. มิตรภาพคือ ความรัก ลบด้วย เซ็กซ์ และบวกเอาเหตุผลเพิ่มเข้าไป ส่วนรักคือ มิตรภาพบวกด้วยเซ็กซ์ และลบเอาเหตุผลออก - To love is nothing. To be loved is something. To love and be loved is everything!! การได้รักเป็นเรื่องขี้ผง การถูกรักเป็น "บางอย่าง" ทีเดียว ส่วนการได้รักและการถูกรักเป็นทุกอย่าง (ว้าว) - You may only be one person to the world but you may also be the world to one person. คุณอาจจะเป็นแค่ "คน ๆ หนึ่ง" ในโลกใบนี้ แต่คุณอาจจะเป็น "โลกทั้งใบ" ของคนคนหนึ่งก็ได้ - Friendship often ends in love, but love in friendship- never. มิตรภาพมักจะจบลงด้วยความรัก แต่ความรักไม่มีวันจบลงด้วยมิตรภาพ - You know when you love someone when you want them to be happy even if their happiness means that you're not part of it. (อันนี้ต้องขอบอกว่าโปรดมากค่ะ) คุณรู้ว่า คุณรักเค้าก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้เค้ามีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะหมายความถึงการที่คุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน - Love looks not with the eyes, but with the mind. ความรักนั้น เห็นไม่ได้ด้วยตา แต่ด้วยใจ - Love is like standing in the wet cement. The longer you stay, the harder it is to leave. And you can never go without leaving your shoes behind. ความรักก็เหมือนซีเมนต์เปียก ๆ ยิ่งคุณอยู่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งติดหนึบ จากไปไม่ได้เท่านั้น และคุณจะไม่มีวันจากมาได้เลย โดยที่ไม่ได้ทิ้งรองเท้าไว้ข้างหลัง - Don't marry a person you can live with, marry somebody you can't live without. จงอย่าแต่งงานกับคนที่คุณ "อยู่ด้วยได้" จงแต่งงานกับคนที่คุณ "ขาดไม่ได้" - Don't rely on the past to create the future, rely on the future to erase the past. อย่าวางใจใช้อดีตเป็นตัวสร้างอนาคต แต่จงใช้อนาคตเป็นตัวลบอดีตทิ้งไป - Love will die if held too tightly; love will fly if held too lightly. รักจะเฉาตายถ้ายึดไว้แน่นเกินไป และรักจะโบยบินไปถ้ายึดไว้หย่อนเกินไป - If you love someone tell them, don't wait or else you will lose the chance. ถ้าคุณรักใคร บอกเค้าซะ อย่ารีรออยู่เลย ไม่งั้นคุณจะเสียโอกาสนะ - It only takes a second to say "I love you", but it will take a lifetime to show you how much. ใช้เวลาแค่เพียงชั่ววินาทีในการบอกว่า "ชั้นรักเธอ" แต่ใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสดงให้เห็นว่า รักมากเพียงไร - Love, is like water, we take it for granted. Thus, when it is gone, it becomes crucial. ความรักก็เหมือนน้ำ เรามักจะเห็นมันเป็นของตาย ต่อเมื่อ มันหมดไปแล้ว นั่นละ ... มันจะกลายเป็นสิ่งจำเป็น - True love is like ghosts, which everyone talks about but few have seen. รักแท้ก็เหมือนกับปีศาจ ทุกคนพูดถึง แต่มีคนน้อยมากที่ได้เห็นว่าเป็นอย่างไร - The essential sadness is to go through life without loving. But it would be almost equally sad to leave this world without ever telling those you loved that you love them. ความเศร้าที่สำคัญคือการชีวิตโดยปราศจากความรัก แต่มันคงจะเศร้าเกือบจะพอ ๆ กันที่จะจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้บอกคนที่คุณรักว่า คุณรักพวกเค้า" - A man falls in love through his eyes, a woman through her ears. ผู้ชายตกหลุมรักทางตา แต่ผู้หญิงน่ะ ตกหลุมรักทางหู - The way to love anything is to realize that it might be lost. หนทางที่จะรักสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็คือ การตระหนักสิ่งนั้น ๆ อาจจะสูญหายได้ - The perfect marriage begins when each partner believes they got better than they deserve. การแต่งงานที่สมบูรณ์แบบเริ่มขึ้น เมื่อต่างฝ่ายต่างคิดว่า พวกเค้าได้รับสิ่งที่ดีเกินกว่าที่ตัวเองสมควรได้รับ - When a young man complains that a young woman has no heart, it is pretty sure that she has his. เวลาที่หนุ่มน้อยโอดควรญว่า สาวน้อยนางนั้นไม่มีหัวใจ ค่อนข้างแน่ใจได้เลยว่า สาวน้อยนั้นน่ะ ... มีหัวใจของหนุ่มคนนั้นอยู่ในกำมือ - Kindness in words creates confidence, kindness in thinking creates profoundness, kindness in giving creates love. วาจาที่กรุณาจะสร้างความเชื่อมั่น จิตใจที่กรุณาจะสร้างความลึกซึ้งของจิตใจ และการให้ที่กรุณาจะก่อให้เกิดรัก - To love is to risk not being loved in return. To hope is to risk pain. To try is to risk failure, but risk must be taken, because the greatest hazard in life is to risk nothing. การที่ได้รักคือการเสี่ยงว่าจะไม่ได้รับความรักเป็นการตอบแทน การตั้งความหวังคือการเสี่ยงกับความเจ็บปวด การพยายามคือการเสี่ยงกับความล้มเหลว แต่ยังไงก็ต้องเสี่ยง เพราะสิ่งที่อันตรายที่สุดในชีวิตก็คือ การไม่เสี่ยงอะไรเลย - When loving someone...never regret what you do...only regret what you didn't do. เวลารักใคร ... อย่าเสียใจในสิ่งที่คุณได้กระทำ จงเสียใจในสิ่งที่คุณไม่ได้กระทำ - Gravity cannot be held responsible for people falling in love. เวลาคนตกหลุมรักน่ะ ... โทษแรงโน้มถ่วงไม่ได้ จริงมั้ยล่ะ (ต้องโทษคนขุดหลุม) There is a story of a woman Who always kept her feelings towards her friend Until the day he got married, she decided to tell him the truth And he felt that it's a good joke for his wedding มีเรื่องเล่าของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอรักเพื่อนของเธอแต่ได้เพียงเก็บความรู้สึกเอาไว้ จนกระทั่งวันที่เขาแต่งงาน เธอก็ตัดสินใจบอกความจริงกับเขา ...แต่เขากลับคิดว่าเป็นเพียงเรื่องตลกสำหรับวันแต่งงานของเขา... There is a story of a man Who has never told his wife how much he loves her Until the day she passed away Until now, he keeps sending flowers to her grave everyday With thousand kisses on the card saying "I love you" Would she be able to know? และยังมีเรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ไม่เคยบอกภรรยาว่าเขารักเธอมากแค่ไหน จนกระทั่งเธอตายจากไป ถึงบัดนี้ เขายังคงวางดอกไม้ไว้ที่หลุมศพของเธอทุกวัน พร้อมกับรอยจูบนับพันบนการ์ดที่เขียนว่า "ผมรักคุณ" ...เธอจะมีโอกาสได้รับรู้ไหม... Yet, there is a story of a girl Who always needed a warm hug from her daddy But she was too shy to ask for Until the day he can never hug her any more... และยังมีเรื่องเล่าของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ซึ่งต้องการอ้อมกอดอันอบอุ่นจากพ่อของเธอเสมอ แต่เธอเขินอายเกินกว่าจะเอ่ยปากออกไป ...จนกระทั่งวันที่พ่อไม่สามารถกอดเธอได้อีกต่อไป... A lot of stories happen everyday You could know what had happened yesterday How can you be sure what will happen tomorrow? Think of something you never say Are you waiting until the day? to say " I LOVE YOU " ทุกๆวันเกิดเรื่องต่างๆขึ้นมากมาย คุณอาจจะรู้ว่า เมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้น แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพรุ่งนี้ ลองคิดถึงบางสิ่งที่คุณไม่เคยพูด จะต้องรอให้ถึงวันไหน ที่จะบอกคำว่า "รัก 8/29/2006 คุณเสียน้ำตาเพื่อใคร....คนรักหรือคนร้ายคุณเสียน้ำตาเพื่อใคร..... คนรักหรือคนร้าย
หากแต่การจากลาของใครบางคนทำให้คุณอ่อนแอนั้น โปรดเข้าใจไหมเสียว่า คุณอ่อนแอตั้งแต่มีเขาเคียงข้างกายแล้ว แค่วันนี้คุณไม่มีใครให้พักพิง................ในเมื่อเขาทิ้งคุณไปแล้ว 8/23/2006 สถานการณ์รักจากฝน
8/11/2006 รักหรือชอบ มันแตกต่างกันอย่างไรความแตกต่างระหว่าง รัก กับ ชอบ ต่อหน้าคนที่คุณรักหัวใจคุณเต้นรัว ต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณรู้สึกมีความสุข ต่อหน้าคนที่คุณรักฤดูหนาวเป็นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ ต่อหน้าคนที่คุณชอบฤดูหนาวเป็นฤดูหนาวที่งดงาม ถ้าคุณจ้องหน้าคนที่คุณรักคุณจะหน้าแดง ถ้าคุณจ้องตาคนที่คุณชอบคุณจะยิ้มออกมา ต่อหน้าคนที่คุณรักคุณไม่สามารถพูดทุกสิ่งในใจคุณได้ ต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณทำได้ ต่อหน้าคนที่คุณรักคุณจะเขินอาย ต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณเปิดเผยความเป็นคุณได้ คนที่คุณรักมักเข้ามาอยู่ในใจคุณทุก 2 นาที คุณไม่สามารถสบตาคนที่คุณรักตรงๆได้ แต่คุณยิ้มและสบตาคนที่คุณชอบตรงๆได้ เมื่อคนที่คุณรักร้องไห้คุณจะร้องไห้ไปกับเขา แต่เมื่อคนที่คุณชอบร้องไห้คุณจะปลอบเขา ความรู้สึกรักเริ่มต้นจากดวงตา ความรู้สึกชอบเริ่มต้นที่หู ฉะนั้นถ้าคุณจะเลิกชอบคนที่คุณชอบก็แค่ปิดหูของคุณเท่านั้นก็พอ แต่ถ้าคุณพยายามจะปิดตา รักจะกลายเป็นนํ้าตา และเมื่อคุณเปิดตาขึ้นอีกครั้ง คุณก็จะได้รู้ว่า สิ่งที่คุณเสียไปคือคนที่คุณรักมากที่สุด คุณเท่านั้นที่รู้...
ถ้ามีเพียง 100 คนบนโลกนี้ถ้ามีเพียง ๑๐๐ คน บนโลกนี้
เพื่อนสนิทเพื่อนสนิท ... ก็คือ เพื่อนธรรมดาๆคนนึง ที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆทั่วๆไป ... ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆอย่าง ที่คล้ายๆกับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น ... ถึงจะมาสนิทกันได้ ... บางที อาจไม่ใช่นิสัย ... บางที อาจไม่ใช่หน้าตา ... บางที อาจไม่ใช่ฐานะ ... บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้ ... แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่าง ที่ต้องเป็น มั น ค น นี้ เ ท่ า นั้ น ที่ มี . . ... บางครั้ง ... เราก็ไม่ไป ที่ที่เราอยากไป ... เพียงเพราะว่า มันไม่ไปด้วย ... บางครั้ง ... นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน ... น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด ... บางครั้ง ... ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย ... เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้ ... บางครั้ง ...ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้ ... ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆที่หัวไหล่ บอกเป็นนัยๆว่า กรูอยู่ตรงนี้ ... ... ชอบคำๆนึงที่บอกว่า . . . . . เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . . . . . แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . . ...เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ ... มากจนบางคนแยกไม่ออก เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน ... ทั้งๆที่มันคนละเรื่องกันเลย ... แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก ... เพื่อน ... จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที ... ไอ่เพื่อนสนิทผม มันคงจะชินแล้ว ... ที่เวลาผมมีรักทีไร ผมก็จะห่างๆมันไปทุกที ... เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที ... ก็ตอนอกหักนู่นแหละ ... ก็เคยคิดเหมือนกันนะ ... ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง ... คงจะประมาณว่า ... "แม่ง ... พอมีแฟนก็ลืมเพื่อน" ... นี่ กะกรูไม่เคยช่วยห่ าไรเลย ทีกะแฟนแมร่งแทบถวายหัว" ... "ต้องเลิกกะแฟนก่อนถึงจะจำเบอร์โทรกรูได้ใช่ไหม สราดดด" ... คิดๆดูแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ... เพราะเวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก ... ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย ...นานๆถึงจะได้คุยกันที ... แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา ... นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน ... อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน ... ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้วผมก็จะไล่มันกลับไปนอน ... ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆทั้งนั้น ... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว ... แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า ... 'เพื่อน คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ' ... 'แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ' ... 'เพื่อน' ... 'คือคนที่เมื่อเราสุข เราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา' . . . 'แ ต่ เ ป็ น ค น ไ ม่ มี วั น ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ร า ล้ ม ลง ไ ม่ ว่ า เ ร า จ ะ ไ ป เ จ็ บ ม าจ า ก ไ ห น . . . 8/9/2006 ความรักกับความผูกพันความรัก..กับ ความผูกพัน
8/5/2006 คุณหวังอะไรเกี่ยวกับความรักบ้างมั้ยอ่ะ
คุณเชื่อในเรื่องพรหมลิขิตมั้ยตัวผมเองเชื่อเรื่องนี้แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง
ส่วนตัวของผมความรักคือ... หลายคนเชื่อว่าเวลาอาจจะเป็นตัวกำหนด
ความรักที่เกิดขึ้นจากอารมณ์ชั่ววูบ
จริงอยู่ที่ว่าคนเราถ้าจะรักกัน ต้องยอมรับกันและกันให้ได้
รักคือการให้ รัก...อาจจะไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง 7/30/2006 คนเรานั้นเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเมื่อผู้ชายเริ่มรักผู้หญิงของตัวเอง . . ทุกอย่างที่เป็นเธอ จะดูสวยงามและเพียบพร้อม ไม่มีอะไรที่เขาไม่ชอบ ไม่พอใจ วันเวลาผ่านไป. . . เมื่อความเคยชินเข้ามาแทนที่ สิ่งที่เห็นอยู่ทุกวัน อาจกลายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ เธอไม่สวยงาม และน่าทะนุถนอมเหมือนแต่ก่อน ทำไมเวลาจับต้องเธอแล้ว รู้สึกไม่เหมือนเดิม ทำไมนิสัยไม่ดีของเธอ ถึงได้ผุดขึ้นมามากมายแบบนี้ เขารับเธอไม่ได้อีกต่อไป และทนไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงของเธอ ในขณะที่ความรักของผู้หญิงเริ่มต้นจากศูนย์ เขายังมีสิ่งที่เธอคิดว่าเธอไม่ชอบทุกอย่างของเขา แต่เมื่อเธอตัดสินใจลองคบหาเพื่อที่จะศึกษาสิ่งที่ดีในตัวเขา วันเวลาผ่านไป . . ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่สุดบนโลกนี้ คะแนนที่มากมายมันเพิ่มขึ้นมาได้อย่างไร ถึงขั้นนี้ . . .ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเขา ช่างดูดีและน่าหลงใหล จนรู้สึกว่า . . .เขาแทบจะกลายเป็นสิ่งเดียวในชีวิต ที่ทำให้เธอมีชีวิตอยู่ได้ เธอพร้อมที่จะสละทุกอย่างที่มีอยู่ เพื่อที่จะให้เขาและเธออยู่ด้วยกันตลอดไป วันนี้...ความรักของเธอเกินร้อย ในทางกลับกัน ความรักของเขากลับลดลงจนเหลือศูนย์ ความรู้สึกที่ค้างคาอยู่ในใจของคนทั้งคู่ เหมือนกันคือ คำถามที่ว่า "ทำไม . . .อีกฝ่ายถึงเปลี่ยนไป"? หากตัวแปรของความสัมพันธ์ ระหว่างคนสองคน อยู่ที่ความเปลี่ยนแปลงแล้ว คงเร็วเกินไปที่จะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพียงคนเดียว เราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “คนเรานั้น เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา” และนี่คือ สัจธรรมที่แท้จริงบนโลกใบนี้เสียด้วย คุณว่าจริงไหม.... 7/29/2006 เหยือก เต็มหรือยัง !!!!ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชน >>เพื่อให้เป็นวิทยากรพิเศษสอนวิชาปรัชญาให้กับนักศึกษาปริญญาโท >>เขาเตรียมการสอนอยู่หลายวันจึงตัดสินใจจะสอนนักศึกษาเหล่านั้นด้วยแบบฝึกหัดง่ายๆ >>แต่แฝงไว้ด้วยข้อคิด > >> >>เขาเดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่างบรรจุอยู่ในกระเป๋าคู่ใจ >> >> >> >>เมื่อได้เวลาเรียน เขาหยิบเหยือกแก้วขนาดใหญ่ขึ้นมา >>แล้วใส่ลูกเทนนิสลงไปจนเต็ม >> >> >> >>"พวกคุณคิดว่าเหยือกเต็มหรือยัง?" เขาหันไปถามนักศึกษาปริญญาโท >> >> >> >>แต่ละคนมีสีหน้าตาครุ่นคิดว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนก่อนจะตอบพร้อมกัน >>"เต็มแล้ว..." >> >> >> >>เขายิ้มไม่พูดอะไรต่อหันไปเปิดกระเป๋าเอกสารคู่ใจ >> >> >> >>หยิบกระป๋องใส่กรวดออกมา แล้วเทกรวดเม็ดเล็กๆ >>จำนวนมากลงไปในเหยือกพร้อมกับเขย่าเหยือกเบาๆ >>กรวดเลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างลูกเทนนิสอัดจนแน่นเหยือก >>เขาหันไปถามนักศึกษาอีก >> >> >> >>“เหยือกเต็มหรือยัง?" >> >> >> >>นักศึกษามองดูอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาตอบ "เต็มแล้ว..." >> >> >> >> >> >> >> >>เขายังยิ้มเช่นเดิม หันไปเปิดกระเป๋าหยิบเอาถุงทรายใบย่อมขึ้นมา >>และเททรายจำนวนไม่น้อยใส่ลงไปในเหยือก >>เม็ดทรายไหลลงไปตามช่องว่างระหว่างกรวดกับลูกเทนนิสได้อย่างง่ายดาย >>เขาเทจนทรายหมดถุง เขย่าเหยือกจนเม็ดทรายอัดแน่นจนแทบล้นเหยือก >> >> >> >>เขาหันไปถามนักศึกษาอีกครั้ง “เหยือกเต็มหรือยัง?" >> >> >> >>เพื่อป้องกันการหน้าแตกนักศึกษาปริญญาโทเหล่านั้นหันมามองหน้ากัน >>ปรึกษากันอยู่นาน >> >>หลายคนเดินก้าวเข้ามาก้มๆ เงยๆ >>มองเหยือกตรงหน้าอาจารย์หนุ่มอยู่หลายครั้ง >>มีการปรึกษาหารือกันเสียงดังไปทั้งห้องเรียน >>จวบจนเวลาผ่านไปเกือบห้านาที หัวหน้ากลุ่มนักศึกษาจึงเป็นตัวแทน >>เดินเข้ามาตอบอย่างหนักแน่น >> >> >> >>“คราวนี้เต็มแน่นอนครับอาจารย์" >> >> >> >>“แน่ใจนะ" >> >> >> >>“แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีกครับ" >> >> >> >> >> >> >> >>คราวนี้เขาหยิบน้ำอัดลมสองกระป๋องออกมาจากใต้โต๊ะแล้วเทใส่เหยือกโดยไม่รีรอ >>ไม่นานน้ำอัดลมก็ซึมผ่านทรายลงไปจนหมด >>ทั้งชั้นเรียนหัวเราะฮือฮากันยกใหญ่ เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี >> >> >> >>“ไหนพวกคุณบอกว่าเหยือกเต็มแน่ๆ ไง" เขาพูดพลางยกเหยือกขึ้น >> >> >> >>“ผมอยากให้พวกคุณจำบทเรียนวันนี้ไว้ เหยือกใบนี้ก็เหมือนชีวิตคนเรา >> >>ลูกเทนนิสเปรียบเหมือนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต เช่น ครอบครัว >>คู่ชีวิต การเรียน สุขภาพ ลูก และเพื่อน >>สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณต้องสนใจจริงจัง สูญเสียไปไม่ได้ >> >> >> >>เม็ดกรวดเหมือนสิ่งสำคัญรองลงมา เช่น งาน บ้าน รถยนต์ >> >> >> >>ทรายก็คือเรื่องอื่นๆ ที่เหลือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราจำเป็นต้องทำ >>แต่เรามักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ >> >> >> >>เหยือกนี้เปรียบกับชีวิตของคุณ ถ้าคุณใส่ทรายลงไปก่อน >>คุณจะมัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา >> >> >> >>ชีวิตเต็มแล้ว... เต็มจนไม่มีที่เหลือให้ใส่กรวด >>ไม่มีที่เหลือใส่ให้ลูกเทนนิสแน่นอน" >> >> >>ชีวิตของคนเราทุกคน ถ้าเราใช้เวลาและปล่อยให้เวลาหมดไปกับเรื่องเล็กๆ >>น้อยๆ เราจะไม่มีที่ว่างในชีวิตไว้สำหรับเรื่องสำคัญกว่า >> >> >> >> >> >> >> >>เพราะฉะนั้นในแต่ละวันของชีวิต >>เราต้องให้ความสนใจกับเรื่องที่ทำให้ตัวเราและครอบครัวมีความสุข >>ใช้ชีวิตเล่นกับลูกๆ หาเวลาไปตรวจร่างกาย >>พาคู่ชีวิตกับลูกไปพักผ่อนในวันหยุด พากันออกกำลังกาย >>เล่นกีฬาร่วมกันสักชั่วโมงสองชั่วโมง >>เพื่อสุขภาพและความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิต >>เราต้องดูแลเรื่องที่สำคัญที่สุดจริงๆ >>ดูแลลูกเทนนิสของเราก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด >>หลังจากนั้นถ้ามีเวลาเหลือเราจึงเอามาสนใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ >>ตัวเรา >> >> >> >>นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม “แล้วน้ำที่อาจารย์เทใส่ลงไปล่ะครับ >>หมายถึงอะไร?" >> >> >> >>เขายิ้มพร้อมกับบอกว่า “การที่ใส่น้ำลงไปเพราะอยากให้เห็นว่า >>ไม่ว่าชีวิตของเราจะวุ่นวายสับสนเพียงใด >>ในความสับสนและวุ่นวายเหล่านั้นคุณยังมีที่ว่างสำหรับการแบ่งปันน้ำใจให้กันเสมอ..." >> 7/27/2006 จะอยู่อย่างไร...เมื่อถูกผู้ชายหักอกมีคนเคยบอกว่า "อกหัก ดีกว่ารักไม่เป็น" สมัยก่อนอาจจะใช่ แต่สมัยนี้เห็นทียอมรักไม่เป็นดีกว่าอกหัก เพราะอกหักทีไรหัวใจแทบสลายทุกที ที่ผ่านมาแอบเห็นน้ำตาของสาวๆ ซึ่งถูกหักอกมานักต่อนักแล้ว และเพราะความอยากรู้ว่าเหตุผลใดเป็นเหตุผลสุดฮิตที่ทำให้สาวๆ เสียอกเสียใจ และลืมผู้ชายอันเป็นที่รักไม่ได้เสียที ... จากการตระเวนสอบถามสาวๆ หน้าใสที่เดินขวักไขว่ไปมาตามท้องถนน ปรากฏว่า มีหลายสาเหตุด้วยกันแต่ที่เข้าวินมาเป็นอันดับแรก *เพราะผู้ชายคนนั้นเป็นคนแรก* ผู้หญิงยุคนี้ยังให้ความสำคัญกับผู้ชายที่เป็นคนแรก ไม่ว่าจะเป็นแฟนคนแรก พาคนรักไปรู้จักกับพ่อ แม่เป็นคนแรก และที่สำคัญสำหรับสาวๆ ยุคนี้แม้จะเป็นยุคไร้พรหมจรรย์ แต่สาวๆ ส่วนใหญ่ก็ยังให้ความสำคัญกับผู้ชายคนแรกที่เธอยอมเสียพรหมจรรย์ให้ ดังนั้น เวลาถูกผู้ชายซึ่งเป็นคนแรกของชีวิตหักอกมันจึงเป็นความเจ็บปวดอย่างที่สุด *ความผูกพัน* ความผูกพัน เพราะในช่วงเวลาที่หญิงชายซึ่งตัดสินใจคบหากัน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลา ดังนั้น จึงเกิดความผูกพัน ทั้งในแง่ของความสุข ไปกินข้าวด้วยกัน ซื้อสุนัขมาเลี้ยงด้วยกัน ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นความผูกพันทั้งสิ้น หรือแม้แต่ความทุกข์ที่เกิดจากการทะเลาะกันมันก็ถือเป็นความผูกพันอย่างหนึ่งด้วย อีกฝ่ายหนึ่งโมโห อีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาปลอบประโลม ซึ่งเมื่อทั้งคู่ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันแล้วก็ยากที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะฝ่ายที่กำลังจะถูกทิ้งนั้นจะที่ตัดใจลง ยิ่งเพียงเหลือบไปเห็นของขวัญ รูปพกในกระเป๋าก็ยิ่งตอกย้ำความคิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นอกจากสิ่งของแล้ว "สถานที่" ก็เป็นส่วนสำคัญ โดยเฉพาะเป็นที่ที่เคยทำกิจกรรมบ่อยๆ อย่างโรงภาพยนตร์ สวนสาธารณะ หรือบ้านก็ตาม พอไปยืนมุมที่เคยจูงมือ โอบไหล่ หัวเราะต่อกระซิกยิ่งทำให้ช้ำใจ *เขาเป็นเพื่อนมาก่อน* ตอนเป็นเพื่อนก็สนิทกันมาก พอเป็นแฟนกันก็ยิ่งมีความสนิทสนมแนบแน่นเข้าไปใหญ่ เมื่อเลิกกัน แต่ถ้ายังเจอกันเพราะเรียนที่เดียวกันหรือทำงานที่เดียวกันยิ่งทำให้ยากที่จะลืม *เพราะยังไม่มีคนใหม่* ข้อนี้แหละที่สาวๆ หลายคนบอกตรงกันว่าเพราะฉันยังไม่มีคนใหม่ ฉันจึงเจ็บปวด แต่ถ้ามีคนใหม่เมื่อไร ปัญหาถูกหักอกคงทุเลาไปได้เยอะ เพราะคนใหม่ (ที่เข้าที) จัดเป็นยาชั้นเยี่ยมยิ่งกว่าหมอไหนๆ เลยทีเดียว ผู้มีประสบการณ์ด้านอกหัก อย่าง "ยิ้ม" วลัยพร ลาภทวี สาวสวยวัย 24 ปี แจงเหตุผลที่เธอลืมยากว่า เธอเพิ่งเคยมีแฟน พอมีแฟนมันเป็นความภูมิใจเล็กๆ ของผู้หญิง เวลาเขาทำอะไรก็ดีไปหมด ช่วงเวลาที่คบกันมันจึงเป็นเวลาที่มีความสุข แต่พอเลิกกันมันยากที่จะลืม สาวหน้าใสวัย 24 ปี "แพร์" หรรษา แก้วชิงดวง บอกเหตุผลว่า ที่ลืมไม่ได้เพราะผู้หญิงมักทำใจยอมรับไม่ได้ที่โดนทิ้ง ทำให้ย้อนถามตัวเองว่า เราทำอะไรผิดหรือเปล่า เขาถึงทิ้งเราไป ผู้หญิงเป็นคนชอบคิดมาก เมื่อหาคำตอบไม่ได้ ความคิดก็ยังวนเวียนอยู่ ทำให้ตัดใจไม่ได้สักที ถึงจะมีล้านเหตุผลที่ทำให้ "ลืม" ยาก แต่อย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงไว้เมื่อผิดหวังในความรัก ขอให้รักตัวเองให้มากๆ รวมทั้งทำอะไรขอให้มีสติ ไตร่ตรองให้รอบคอบ และอยู่กับเพื่อน อยู่กับครอบครัวแล้วจะรู้ว่ายังมีคนที่ยังรักเราอยู่ ข้อแนะนำสำหรับคนอกหัก!!!!อยากร้องไห้ ร้องไปเลย เพื่อน ๆ ที่กำลังอกหัก ลองนำไปใช้ดูบ้างนะคะ เผื่อจะช่วย ให้มีกำลังใจขึ้นมาบ้าง หรือถ้าท่านใด มีวิธีการ ที่เด็ดกว่านี้ ช่วยส่งมาเป็น วิทยาทาน ด้วยนะค่ะ " แป๋ม " จะได้นำมาเผยแพร่ ให้ทราบกันทั่วไป คู่มือรักษาใจเวลาอกหัก ฉบับรวบรัด....นั่งตะลึง ตาค้าง ใจหายแว้บบ โลกหมุนติ้ว หลังจากรับรู้ข่าวร้าย เวลาที่ใช้ในการตะลึงหรือตาค้างนี้จะขึ้นอยู่กับระดับความสัมพันธ์ ความยาวนานของการคบหา และปริมาณใจที่ทุ่มเทลงทุนลงไป (แต่ไม่ควรเกิน 2 วัน เพราะจะโทรม และควรกระพริบตาเรื่อยๆ) 2.ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ ลองนึกดูคำพูดและท่าทางในการสื่อคำนั้นออกมา 3. ยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว 4.พยายามแก้ไขเหตุการณ์ให้มันดีขึ้น 5. ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ยอมรับว่ามันเป็นความจริง 6.ทำใจ เป็นขั้นตอนที่ทำได้ไม่ยากถ้าผ่านข้อ 5 มาได้แล้ว 7.ขอบคุณสำหรับความสุขในช่วงเวลาที่ผ่านมา 8. ลืมมันซะ ความทุกข์ที่เอาใส่ครกในข้อ 7 ไม่ได้ 9. เป็นคนใหม่ ตอนนี้คุณมีพร้อมแล้ว 10.ตามล่าหารักต่อไป............ ข้อนี้ไม่ต้องอธิบาย ** หมายเหตุ ข้อ 2-6 จะเป็นช่วงที่ใช้ทรัพยากรทิชชูเปลืองมาก ถ้าจะให้ดีก็ควรให้เป็นผ้าเช็ดหน้าแทน เพราะซักแล้วใช้ใหม่ได้อีก การใช้ทิชชู จะเปลืองทรัพยากรป่าไม้ โดยใช่เหตุ ช่วงเวลาในข้อ 3-6 จะเป็นช่วงที่ใช้เพื่อน คำแนะนำ และกำลังใจเปลืองมาก ควรดูเพื่อนที่จะไม่เบื่อเวลาเราคุยด้วยนานๆ ช่วงเวลาในข้อ 5-6 เป็นช่วงที่ไม่ควรอยู่ว่างๆ หรืออยู่คนเดียวเพราะจะเปลืองทิชชู ใครคิดว่าต้องแก้ไขหรือเพิ่มเติมอะไรก็ช่วยด้วยนะครับ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|